ตอนนี้ผมได้มีโอกาสพิเศษได้สัมภาษณ์ อ.นิติเชษฐ์ หรือ พี่เชษฐ์ ผู้มีประสบการณ์ในงานรับใช้กว่า 50 ปี

เนื่องจากตอนนี้พี่เชษฐ์ได้เกษียณแล้ว แต่ไม่อยากให้ประสบการณ์หรือแนวคิดในการรับใช้ที่ผ่านมาตลอดนั้นหายไปทั้งเรื่องดีและไม่ดี จึงอยากแบ่งปันและแนวคิดเพื่อไม่ให้ผู้รับใช้รุ่นใหม่ต้องวนไปงมเข็มให้เสียเวลากันเปล่าๆ

พี่เชษฐ์ได้เขียนบทความแบ่งปันมุมมองและแนวคิดในการรับใช้ลงใน เพจเฟสบุ๊ค ซึ่งเราสามารถไปตามอ่านกันได้นะครับ

https://web.facebook.com/nitichet.blog

และเรื่องราวในตอนนี้มาจากบทความหนึ่งของพี่เชษฐ์ ในตอนที่ชื่อ

เลือกที่จะ...กอดคน หรือ กอดเงิน

https://web.facebook.com/nitichet.blog/photos/a.658639354843532/713395232701277/

 

ผมเห็นว่าน่าสนใจและมีประโยชน์เลยลองมาทำเป็นบทสัมภาษณ์ในตอนนี้ครับ

ลองติดตามดูกันได้ค

เมื่อท่านดื่มจากถ้วยนี้เวลาใด จงดื่มเพื่อเป็นที่ระลึกถึงเรา...

คำนี้ได้ยินเป็นประจำเมื่อถึงพิธีมหาสนิท แต่เคยคิดไหมว่าพระเยซูอยากให้เรานึกถึงพระองค์อย่างไร?

พิธีมหาสนิทคล้ายกับพิธีปัสกา แต่พระเยซูได้เปลี่ยนรายละเอียดบางอย่างให้กลายเป็นพิธีมหาสนิท ขนมปัง น้ำองุ่น ล้วนมีความหมายมากกว่าที่เราคิด

และ ทำไม พระเยซูต้องเดินทางเข้ากรุงเยรูซาเล็มตรงกับวันแรกของพิธีปัสกา

มาพบคำตอบกันในรายการพระคัมภีร์ไม่ไหลย้อนกลับตอนพิเศษได้ในตอนนี้

..........

 

เนื้อหาในตอนนี้

 

“คนอะไรคุยกับตัวเอง? บ้ารึเปล่า?”  เราอาจเคยได้ยินคำถามทำนองนี้ หรือ อาจเคยเห็นตัวร้ายในละครหลังข่าวคิดเสียงดังเป็นฉากๆ ว่าตัวเองจะทำอย่างนั้นจะทำอย่างนี้ การพูดสิ่งที่คิดออกมาเป็นเสียงนั้นเป็นการคุยกับตัวเอง (self-talk) รูปแบบหนึ่ง แม้ว่าอาจจะฟังดูแปลกๆ สำหรับคนที่เป็นผู้ใหญ่ แต่การคุยกับตัวเองเป็นสิ่งปกติในขั้นตอนพัฒนาการการเติบโตของมนุษย์เรา ซึ่งพบมากในตอนที่เรายังเป็นเด็ก และแม้ว่าจะโตแล้วแต่การพูดกับตัวเองนั้นสำคัญมาก และเป็นเคล็ดลับในการจัดระเบียบ และเพิ่มประสิทธิภาพให้กับชีวิตของเราอีกด้วย   

วันนี้สวัสดีชาวโลก ชวนเรามา ทำความเข้าใจ โลกของคนชอบพูดกับตัวเองกัน  ว่ามันเป็นยังไง และทำไมจึงเป็นเช่นนั้น

__________________________________________

 

1. ทำไมคนเราถึงคุยกับตัวเอง [นาทีที่ 2.00]

ศ.พญ. อุมาพร ตรังคสมบัติ แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านพัฒนาการเด็ก ได้พูดเอาไว้ใน รายการปั้นใหม่ ทาง YouTube โดยสรุปว่า

การคุยกับตัวเองเป็นสิ่งธรรมดาที่เราทุกคนมักทำแต่เราอาจไม่ได้คิดว่ามันมีประโยชน์ยังไง  เวลาเห็นเด็กๆ กำลังเล่นแล้วคุยกับตัวเอง พ่อแม่หลายคนอาจสงสัยว่าที่ลูกพูดกับตัวเองนี่ปกติรึเปล่า คุณหมอบอกว่าคนเราเมื่อยังเล็กๆ เราต่างก็มีความคิด แต่ยังคิดในใจไม่เป็น ดังนั้นในตอนเล็กๆ เราจึงมีเสียงพูดกับตัวเองว่าเราน่าจะทำอันนี้ดีกว่าทำอันนั้นดีกว่า หรือพูดกับตัวเองในเชิงของการเลียนแบบคำสั่งของพ่อแม่ออกมาเป็นคำพูดของตัวเอง  

 

พอคนเราโตขึ้นไปอีก  เราก็จะเริ่มมีความคิดในหัวสมอง (internalize thought) หรือมีบทสนทนากับตัวเองในเชิง Inner dialog และไม่จำเป็นต้องเปล่งเสียงออกมาอีก (แต่บางคนก็เปล่งเสียงออกมาอยู่)   เมื่อโตขึ้นเราก็จะมีโลกส่วนตัว (โลกในหัวของเรา) สิ่งต่างๆ ในโลกส่วนตัวถ้าเราจัดการมันได้ดี ปัญหาต่างๆ ก็จะถูกแก้ไขไปด้วยดีด้วยนั่นเอง

 

2. การพูดกับตัวเองส่งผลกับตัวเรามากแค่ไหน?  [นาทีที่ 4.00]

“ความตายความเป็นอยู่ที่อำนาจของลิ้น และบรรดาผู้ที่รักมันก็จะกินผลของมัน” - สุภาษิต 18:21

 

พระคัมภีร์ของชาวคริสต์ได้พูดเอาไว้ถึงพลังของคำพูดที่สามารถกำหนดความเป็นความตาย ถ้อยคำอ่อนหวานนั้นเหมือนรวงผึ้งที่เป็นคุณแก่ร่างกาย (สุภาษิต 16:24) ในขณะที่ถ้อยคำเผ็ดร้อนเปรียบได้ดังกับไฟเผาใจเพราะลิ้นนั้นเป็นดั่งไฟ (ยากอบ 3:6) แสดงให้เห็นถึงความสำคัญและอำนาจของคำพูด

 

คำพูดนั้นมีอำนาจและทรงพลัง เมื่อดังออกจากปากเข้าสู่หูก็จะส่งผลให้สมองคิดตามและเกิดผลกระทบด้านพฤติกรรมต่อผู้ฟัง หากเราฟังคำพูดจากคนรอบข้างๆ ซ้ำ เราอาจจะ “เชื่อ” คำพูดเหล่านั้นในที่สุดมันก็ส่งผลต่อเรา ในทำนองเดียวกันคำพูดที่เราพูดกับตัวเองทุกวันๆ ก็ส่งผลต่อความรู้สึก นึกคิด และการกระทำของเรา โดยบางทีเราก็ไม่รู้ตัว แต่ที่สำคัญกว่านั้นไม่ว่ายังไงคนเราก็มีแนวโน้มที่จะเชื่อตัวเองมากกว่าคนอื่น และเสียงจากข้างในนั้น ไม่ได้พุ่งออกจากปากผ่านอากาศเข้าสู่รูหู แต่วนๆ เวียนๆ อยู่ในสมองของเราโดยจำเป็นต้องไม่ผ่านตัวกลางใดๆ คำพูดที่เราพูดกับตัวเองจึงส่งผลต่อเราได้มาก

 

เมื่อเราพูดกับตัวเองทุกๆ วัน ความคิดในหัว (internalize thought) และ บทสนทนากับตัวเอง(Inner dialog) ในเชิงลบมันก็จะกัดกินใจข้างในทุกวันไม่ว่าจะรู้ตัวหรือไม่ก็ตาม

Self-Talk ด้านบวกและลบ

 

3. ฝึกพูดกับตัวเองในเชิงบวก  [นาทีที่ 8.00]

 

ถ้าเราพูดกับตัวเองในเชิงบวก ในเชิงที่สร้างความหวัง ก็จะส่งผลให้เรามีกำลัง จัดการกับเรื่องอึดอัดใจได้ดี แต่ถ้าพูดกับตัวเองในเชิงลบ ก็จะทำให้ยิ่งปัญหายิ่งเกิดขึ้น การพูดกับตัวเองเชิงบวกจะทำให้เรามีกำลังใจ หาทางออกได้ อีกทั้งยังเป็นระบายความเครียดออกไปและช่วยให้ไม่วุ่นวายใจ

 

ในสถานการณ์เลวร้ายของชีวิตการฝึกบอกกับตัวเองด้วยข้อความ หรือใส่ความคิดที่ทำให้มีกำลังใจให้กับตัวเอง จะทำให้ไม่เสียใจเกินไป หรือเศร้าเกินไป ถ้าเราฝึกคิดกับตัวเอง หรือใส่ข้อความที่เป็นเชิงบวกลงไป เมื่อเกิดเหตุการณ์ต่างๆ ขึ้น เราก็จะมีแนวโน้มที่จะพูดกับตัวเองด้วยประโยคที่เราเคยชินนั้น ดังนั้นเราควรเปลี่ยนคำพูดกับตัวเองด้านลบเป็นคำพูดเชิงบวก ด้วยการพูดกับตัวเองอย่างจริงใจ มีเหตุผล ไม่หลอกตัวเอง

 

เช่น

 

“มันยากเกินไปฉันทำไม่ได้หรอก” เปลี่ยนเป็น “แม้ว่ามันจะยาก แต่เราต้องทำได้สิ”

“เห็นมั้ย สุดท้ายก็ล้มเหลวตามเคย” เปลี่ยนเป็น “ครั้งนี้เรายังทำไม่ได้ ครั้งหน้าจะทำมันให้ดีขึ้น”

“ฉันมันไม่ดี ฉันมันผิดเอง” เปลี่ยนเป็น “ฉันยังไม่รอบคอบพอ ต่อไปฉันจะต้องรอบคอบมากกว่านี้”

“ฉันอยู่ไม่ได้ถ้าไม่มีเค้า” เปลี่ยนเป็น “ฉันรู้ว่ายังมีคนที่รักฉันอยู่ และฉันต้องอยู่ให้ได้”

“ฉันมันร้องเพลงเพี้ยน ฉันไม่ควรมานำนมัสการเลย” เปลี่ยนเป็น “ฉันรู้ว่าการร้องเพลงเป็นจุดอ่อนของฉัน ฉันจะฝึกฝนให้มากขึ้นและเลือกเพลงที่ง่ายขึ้น”

สิ่งที่เราพูดกับตัวเองเป็นเพียงการสะท้อนมุมมองของเราต่อสถานการณ์ต่างๆ การฝึกพูดกับตัวเองในเชิงบวกนั้นมีเป้าหมายเพื่อให้เราสามารถเห็นคุณค่าในตัวเองหรือเห็นความเป็นไปได้อื่นๆ ที่มีอยู่ท่ามกลางปัญหา ไม่ใช่เพื่อการบิดเบือน “ความเป็นจริง” หรือ “การโกหกตัวเอง” 

 

ตัวอย่างบุคคลในประวัติศาสตร์ (นาทีที่ 11.30)
แม้ว่าหลายคนจะมองว่า คือ ความพยายามของเขาความล้มเหลว โธมัส เอดิสัน นักวิทยาศาสตร์ผู้ประดิษฐ์หลอดไฟ มีมุมมองต่อการทดลองที่ไม่สำเร็จของเขาต่างออกไป

 

โทมัส อันวา เอดิสัน คำพูด

"ผมไม่เคยล้มเหลว  ผมแค่พบ 10,000 วิธี ที่ใช้การไม่ได้เท่านั้น"
– โทมัส อันวาเอดิสัน นักประดิษฐ์เอกของโลก

 

คำพูดของผู้อื่นอาจดูเหมือนคำตัดสินคุณค่าในตัวเรา แต่นั่นก็ไม่สำคัญไปกว่า เราเห็นคุณค่าในตัวเองยังไง ในบทสัมภาษณ์ของ เลดี้ กาก้า นักร้องและศิลปินระดับโลก เธอบอกว่าตัวเธอเองก็เคยถูกคนใกล้ตัวอย่างคนรัก ตัดสินเธอด้วยคำพูดที่ดูถูกดูแคลน แต่นั่นก็ไม่ได้ทำให้เธอกลายเป็นคนอย่างคำพูดเหล่านั้นตราบใดที่เธอยังเชื่อในตัวเองอยู่

 


Lady Gaga Cosmopolitan Magazine Outtakes ฉบับ april 2010 

 

“ฉันเคยมีแฟนคนหนึ่งที่บอกว่าฉันจะไม่มีวันประสบความสำเร็จ ไม่มีทางได้ชิงรางวัลแกรมมี่ ไม่มีทางทำเพลงฮิตและเขาก็หวังว่าฉันจะล้มเหลว ฉันบอกเขาว่า สักวัน (ตอนที่เราไม่ได้อยู่ด้วยกันแล้ว) เธอจะไม่มีทางดื่มกาแฟที่ร้านนั่นโดยที่ไม่ได้ยินเสียงหรือเห็นหน้าฉัน” – เลดี้กาก้า ในนิตยสาร Cosmopolitan ฉบับ April 2010

 

ตัวอย่างบุคคลในพระคัมภีร์ที่มีความมั่นคงในตัวเอง เช่น

ดาวิด เชื่อว่า โดยการนำของพระเจ้า ตัวเองจะสามารถล้มยักษ์โกไลแอทได้ แม้ว่าจะไม่มีใครเลยที่เชื่อแบบนั้น
ในสถานการณ์ที่เลวร้าย ดาวิดเลือกที่จะ สรรเสริญพระเจ้าภายในใจของเขา โดยร้องเพลงถึงความดีที่พระองค์ได้กระทำ

 

 

4. การฝึกพูดกับตัวเองเป็นการจัดระบบความคิด   [นาทีที่ 15.20]

 

 

นอกจากการให้กำลังใจ หรือบั่นทอนกำลังใจของตัวเองด้วยคำพูดแล้ว วิธีที่เราพูดกับตัวเองยังเป็นการจัดระบบความคิดให้กับตัวเองอีกด้วย เช่น การที่เราพูดว่า “วันนี้เหนื่อยจังไว้พรุ่งนี้ค่อยเริ่มอ่านหนังสือ” หรือ “วันนี้ฉันจะต้องอ่านหนังสือให้จบให้ได้” ย่อมส่งผลต่างกัน หรือ การพูดกับตัวเองว่า “ฉันจะไม่ยอมเกินเลยกับใครถ้ายังไม่แต่งงาน” กับ “อยากตื่นมาแล้วมีใครอยู่ข้างๆ จัง” ก็ทำให้เกิดการกระทำและการวางตัวที่แตกต่างกัน (ระหว่างดาวิด กับ โยเซฟ ในเรื่องนางบัชเชบา และภรรยาของโปฟิฟาร์ เป็นตัวอย่างที่ดีของการมีจุดยืนในตัวเอง เพราะนำไปสู่การกระทำที่แตกต่างกันชนิดคนละขั้ว)

 

 

5. ใช้พระคัมภีร์พูดกับตัวเอง และอย่าลืมที่จะพูดกับพระเจ้า  [นาทีที่ 16.20]

 

“ข้าพระองค์ได้สะสมพระดำรัสของพระองค์ไว้ในใจของข้าพระองค์” - สดุดี 119:11

 

หลายคนอาจจะไม่รู้ว่าจะพูดกับตัวเองในแง่บวกแบบไหน ชูใจอยากบอกว่า...มีข้อพระคัมภีร์มากมายที่เต็มไปด้วยกำลังใจ ข้อความที่ให้ความหวัง และเพิ่มเติมกำลังใจให้แก่เราทุกคน การสะสมข้อความจากพระคัมภีร์ผ่านการอ่าน หรือฟัง จะช่วยให้เรามีถ้อยคำแห่งการหนุนใจเพื่อใช้สำหรับหนุนใจตัวเอง และผู้อื่น

 

และสุดท้ายนี้ ข้อดีของการได้เป็นลูกของพระเจ้าก็คือ เราไม่จำเป็นต้องพูดกับตัวเองเท่านั้น นอกจากการที่เราจะพูดกับตัวเองในเชิงบวกหรือพูดให้กำลังใจตัวเองแล้ว เราก็ยังสามารถขอกำลังที่มาจากพระเจ้าในการเผชิญกับสถานการณ์เหล่านั้นในชีวิตได้อีกด้วย  เพราะว่าคริสเตียนยังพระวิญญาณบริสุทธิ์ที่อยู่ภายในเรา ไม่มีอะไรต้องอายหรือปกปิดเมื่อเราเจอสถานการณ์ต่างๆ เราสามารถเปิดเผยและพูดกับพระเจ้าได้อย่างจริงใจเหมือนกับที่เราไม่มีอะไรต้องปิดบังตัวเอง เพราะพระเจ้าทรงรู้และพร้อมที่จะเป็นอีก 1 กำลังใจใหญ่ๆ ให้กับเรา

 


  • ข้อมูลเพิ่มเติม :

 

เราน่าจะเคยเจอการหยิบเอาเรื่องถวายทรัพย์มาจากข้อพระคัมภีร์ในเล่มนี้ แต่นั่นอาจทำให้เราพลาดสิ่งที่สำคัญยิ่งกว่า ถ้าลืมไปว่านี่คือหนังสือเล่มสุดท้ายที่ถูกวางไว้ในหมวดผู้เผยพระวจนะ

…..

ถ้าช่วงท้ายของภาพยนต์คือการขมวดปมปิดจบเนื้อเรื่องให้สมบูรณ์ มาลาคี หนังสือเล่มสุดท้ายในหมวดนี้และพระคัมภีร์เดิม ก็มีภารกิจปิดจ็อป ในฐานะผู้เผยพระวจนะคนสุดท้ายด้วยเช่นกัน

.

บอกได้เลยว่าเนื้อหาของเล่มนี้ ลึกซึ้งและมีความหมายมากกว่าแค่เรื่องของการถวายแน่นอน

.......................................................................

#ชูใจprojectpodcast 
#พระคัมภีร์ไม่ไหลย้อนกลับ

พระคัมภีร์ไม่ไหลย้อนกลับ ติดตามได้ทุกวันศุกร์ 22.00 ทั้งทาง podcast และ page choojai project 
จัดทำร่วมกับ .ธนิต โลเกศกระวี 
ผู้อำนวยการพระคริสต์ธรรมเชียงใหม่ (CTS)

.........................................................................

ชาวชูใจสามารถร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการสนับสนุน
การผลิตคอนเทนต์ของทีมชูใจ
ทั้งบทความและ Podcast ได้โดย
การอธิษฐานเผื่อ
การแชร์บทความ
และ การด้วยการสนับสนุนค่าใช้จ่ายในการผลิต
รายละเอียดเพิ่มเติมทางลิงค์นี้ค่ะ www.choojaiproject.org/donate

 

.........................................................................

นี่ก็จะครบเจ็ดสิบปีที่พระเจ้าบอกว่า "จะรื้อฟื้น" แต่ก็ไม่เห็นพระเจ้าจะทำอะไร หรือ "พระเจ้าลืมสัญญา" ...

 

พระคัมภีร์เล่มที่ 11 ในหมวดผู้เผยพระวจนะน้อย ช่วงสามเล่มสุดท้ายน่าจะเป็นการสรุปบทเรียน มีเนื้อหาเบาๆเอาประเด็นต่างๆลง แต่กลับกลายเป็นว่าเรื่องราวกลับย่ิงพีคขึ้นเรื่อยๆ กับคำถามของเหล่าเชลยที่กลับมาจากบาบิโลน "ทำไมพระเจ้าไม่ทำตามสัญญา" เจ็ดสิบปีผ่านไป แต่ไม่เห็นมีอะไรเกิดขึ้น

แต่คำตอบที่ เศคาริยาห์ให้ กลับกลายเป็น โลกสองใบ ที่เดินไปด้วยกัน แต่เรามองไม่เห็น และ เรื่องราวช่วงท้ายที่บอกได้แค่ว่า ขมวดปมหลายอย่างที่ค้างเอาไว้

 

ไม่ใช่ฤทธิ์ ไม่ใช่แรง แต่แข็งแกร่งด้วยพระวิญญาณ... ก็มาจากเล่มนี้

เรื่องราวจะเป็นอย่างไร เศคาริยาห์จะพาไปไหน อะไรคือโลกสองใบของ เศคาริยาห์
.......................................................................

#ชูใจprojectpodcast 
#พระคัมภีร์ไม่ไหลย้อนกลับ

พระคัมภีร์ไม่ไหลย้อนกลับ ติดตามได้ทุกวันศุกร์ 22.00 ทั้งทาง podcast และ page choojai project 

จัดทำร่วมกับ 
.ธนิต โลเกศกระวี 
ผู้อำนวยการพระคริสต์ธรรมเชียงใหม่ (CTS)

.........................................................................

ชาวชูใจสามารถร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการสนับสนุน
การผลิตคอนเทนต์ของทีมชูใจ
ทั้งบทความและ Podcast ได้โดย
การอธิษฐานเผื่อ
การแชร์บทความ
และ การด้วยการสนับสนุนค่าใช้จ่ายในการผลิต
รายละเอียดเพิ่มเติมทางลิงค์นี้ค่ะ www.choojaiproject.org/donate

 

.........................................................................

เมื่อการพิพากษาเกิดขึ้นใน เศฟันยาห์ ตอนก่อน 

ในเล่มนี้ ฮักกัยก็พาเรา time skip ตัดภาพมาที่ชาวอิสราเอลที่กลับจากบาบิโลนหลังเป็นเชลยอยู่ 70 ปี

ซึ่งชาวอิสราเอลที่กลับมาก็มีเพียง 50,000 คนเท่านั้น ไม่ใช่ว่าเหลือกันอยู่แค่นี้ แต่มีคนที่ไม่อยากกลับเยอะกว่า เพราะอยู่บาบิโลนมันสบาย เวลาตั้ง 70 ปี เปลี่ยนทุกอย่างไปแล้ว

วิหารของพระเจ้า กลายเป็นจุดเริ่มต้นของฮักกัย ว่าทำไม ยังไม่เสร็จ? จนนำไปสู่ประเด็นที่ลึกซึ้งและยิ่งสำคัญยิ่งกว่าที่แล้วๆมา ฮักกัยชวนคุณมาคิดว่า ว่าสิ่งนั้นคืออะไร?

 

พบกับ ช่วงสุดท้ายของ ผู้เผยพระวจนะน้อย เล่มแรก จากสามเล่มสุดท้าย "ฮักกัย"

เรื่องราวจะเป็นอย่างไร ติดตามกันได้ในรายการ "พระคัมภีร์ไม่ไหลย้อนกลับ" กับ

 

ฮักกัย ผู้หนุนใจ เรียกร้องให้กลับมาสร้างพระวิหารอีกครั้ง


.......................................................................

#ชูใจprojectpodcast 
#พระคัมภีร์ไม่ไหลย้อนกลับ

พระคัมภีร์ไม่ไหลย้อนกลับ ติดตามได้ทุกวันศุกร์ 22.00 ทั้งทาง podcast และ page choojai project 
จัดทำร่วมกับ .ธนิต โลเกศกระวี 
ผู้อำนวยการพระคริสต์ธรรมเชียงใหม่ (CTS)

.........................................................................

ชาวชูใจสามารถร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการสนับสนุน
การผลิตคอนเทนต์ของทีมชูใจ
ทั้งบทความและ Podcast ได้โดย
การอธิษฐานเผื่อ
การแชร์บทความ
และ การด้วยการสนับสนุนค่าใช้จ่ายในการผลิต
รายละเอียดเพิ่มเติมทางลิงค์นี้ค่ะ www.choojaiproject.org/donate

 

.........................................................................

เฮเซคียาห์... ตอนแรกดี ตอนหลังชั่วร้าย   มีลูกคือ

มนัสเสห์... ชั่วร้ายจนได้เป็นฉายาของอิสราเอล   มีลูกคือ

อาโมน... ชั่วร้ายตามบิดาจนข้าราชการต้องรวมกันสังหาร   มีลูกคือ

โยสิยาห์... เขาเป็นผู้นำการรื้อฟื้น และนำคนอิสราเอลกลับมาหาพระเจ้า

ชีวิตที่พลิกคอกแหกเจเนอเรชั่น? อะไรคือจุดเปลี่ยนของชีวิต และ กลายเป็นผู้ปฏิรูปความเชื่อ นำคนกลับใจ? อะไรคือจุดเปลี่ยนที่ทำให้ชีวิตไม่ได้ลงเอยตามบรรพบุรุษ …

 

และ การพิพากษาของพระเจ้าที่มาแน่นอน ต่อจาก ฮาบากุก จะเป็นอย่างไร

พบกับรายการพระคัมภีร์ไม่ไหลย้อนกลับตอนนี้ สั้นๆแต่ลึกซึ้ง

.......................................................................

#ชูใจprojectpodcast 
#พระคัมภีร์ไม่ไหลย้อนกลับ

พระคัมภีร์ไม่ไหลย้อนกลับ ติดตามได้ทุกวันศุกร์ 22.00 ทั้งทาง podcast และ page choojai project 
จัดทำร่วมกับ .ธนิต โลเกศกระวี 
ผู้อำนวยการพระคริสต์ธรรมเชียงใหม่ (CTS)

.........................................................................

ชาวชูใจสามารถร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการสนับสนุน
การผลิตคอนเทนต์ของทีมชูใจ
ทั้งบทความและ Podcast ได้โดย
การอธิษฐานเผื่อ
การแชร์บทความ
และ การด้วยการสนับสนุนค่าใช้จ่ายในการผลิต
รายละเอียดเพิ่มเติมทางลิงค์นี้ค่ะ www.choojaiproject.org/donate

 

.........................................................................

"ก็คนชั่วๆเต็มไปหมดแบบนี้ คนดีๆถึงต้องลำบาก"
"ถ้าพระองค์ชอบธรรม ทำไมถึงไม่ทำอะไรสักที?"
ฮาบากุก ยืนอยู่บนกำแพงเมือง ถามพระเจ้า!
.
. . . แล้ว พระเจ้าก็ตอบ ก่อนที่ ฮาบากุกจะต้องอึ้งถึงกับพูดว่า
.
"ไม่ พระองค์จะทำแบบนี้ไม่ได้"

....................................

ฮาบากุก ผู้เผยพระวจนะที่ไม่ได้ไปประกาศที่ไหน แต่เป็นตัวแทนของคนชอบธรรม! ยืนขึ้นถามความยุติธรรมของพระเจ้า ทำไมดูเหมือนพระเจ้าไม่ทำอะไรสักที?ในโลกที่บิดเบี้ยวไปด้วยความชั่วร้าย... พระเจ้ายังดูแลอยู่ไหม?
.
แล้วพระเจ้าก็ตอบ แต่พระเจ้าตอบว่าอะไรที่ทำให้ ฮาบากุกต้องอึ้ง
.
จนมาถึง ข้อพระคัมภีร์ ที่เราชอบโค้ดมาใช้
นิมิตนั้นรอเวลา?
แม้มะเดื่อจะไม่ออกผล... แต่ข้าพเจ้าจะเปรมปรีด์ในพระเจ้า
อาจมีเบื้องหลังมากกว่าที่เราคิด


.......................................................................

#ชูใจprojectpodcast 
#พระคัมภีร์ไม่ไหลย้อนกลับ

พระคัมภีร์ไม่ไหลย้อนกลับ ติดตามได้ทุกวันศุกร์ 22.00 ทั้งทาง podcast และ page choojai project 
จัดทำร่วมกับ .ธนิต โลเกศกระวี 
ผู้อำนวยการพระคริสต์ธรรมเชียงใหม่ (CTS)

.........................................................................

ชาวชูใจสามารถร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการสนับสนุน
การผลิตคอนเทนต์ของทีมชูใจ
ทั้งบทความและ Podcast ได้โดย
การอธิษฐานเผื่อ
การแชร์บทความ
และ การด้วยการสนับสนุนค่าใช้จ่ายในการผลิต
รายละเอียดเพิ่มเติมทางลิงค์นี้ค่ะ www.choojaiproject.org/donate

 

.........................................................................

พระเจ้าผู้ทรงแก้แค้น หวงแหน และ พระพิโรธ 

 

ทำไมตอนนี้ถึงเปิดเรื่องเหมือนหนังบู๊แก้แค้น ฟังดูไม่เหมือนพระลักษณะของพระเจ้าที่ผ่านมาเลย พระเจ้าที่น่ารัก เมตตา อยู่ที่ไหน?

 

พระธรรมนาฮูมให้โอกาสเราได้พิจารณาตัวเราเองว่าเราเลือกที่จะเห็นเฉพาะพระลักษณะของพระเจ้าที่เราชอบหรือเปล่า จนลืมไปว่า พระเจ้าได้สำแดงพระองค์เองอย่างที่พระองค์เป็นจริงๆนั้นเป็นอย่างไร

 

พระเจ้าจะทำอย่างไรกับความ อยุติธรรม แล้วการแก้แค้นของพระเจ้าจะเป็นความหวังให้กับเราได้อย่างไร 

 

มาร่วมหาคำตอบได้ใน รายการพระคัมภีร์ไม่ไหลย้อนกลับตอนนี้ กับ พระธรรม นาฮูม

.......................................................................

#ชูใจprojectpodcast 
#พระคัมภีร์ไม่ไหลย้อนกลับ

พระคัมภีร์ไม่ไหลย้อนกลับ ติดตามได้ทุกวันศุกร์ 22.00 ทั้งทาง podcast และ page choojai project 
จัดทำร่วมกับ .ธนิต โลเกศกระวี 
ผู้อำนวยการพระคริสต์ธรรมเชียงใหม่ (CTS)

.........................................................................

ชาวชูใจสามารถร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการสนับสนุน
การผลิตคอนเทนต์ของทีมชูใจ
ทั้งบทความและ Podcast ได้โดย
การอธิษฐานเผื่อ
การแชร์บทความ
และ การด้วยการสนับสนุนค่าใช้จ่ายในการผลิต
รายละเอียดเพิ่มเติมทางลิงค์นี้ค่ะ www.choojaiproject.org/donate

 

.........................................................................

Micah นะไม่ใช่ Me-car เป็นอีกพระคัมภีร์สั้นๆที่ได้ยินชื่อมาบ่อยแต่ไม่รู้ว่ากำลังพูดเรื่องอะไร

ทั้งๆที่พระธรรมเล่มสั้นๆนี้เปี่ยมด้วยความหวัง และ การเปิดเผยพระลัษณะที่สำคัญของพระเจ้า

.........................................................................

มีชีวิตด้วยความยุติธรรม สำแดงความรักเมตตา ใช้ชีวิตอย่างถ่อมใจ

เราไม่ค่อยได้ยินสิ่งที่พระเจ้าคาดหวังให้เราทำนัก แต่พระธรรมมีคาห์บอกไว้อย่างชัดเจน ส่วนสามเรื่องสำคัญนี้มีผลต่อชีวิตเราอย่างไร มันเร่ิมมาจากตรงไหน 

อีกพระคำที่เราไม่ค่อยรู้ แต่ล้วนเต็มไปด้วย "ความหวัง" 

อย่าปล่อยให้เรื่องนี้ผ่านไป ลองมาติดตามกันในรายการพระคัมภีร์ไม่ไหลย้อนกลับตอนนี้ แล้วคุณจะอ่านพระคัมภีร์ไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป

 

.........................................................................

#ชูใจprojectpodcast 
#พระคัมภีร์ไม่ไหลย้อนกลับ

พระคัมภีร์ไม่ไหลย้อนกลับ ติดตามได้ทุกวันศุกร์ 22.00 ทั้งทาง podcast และ page choojai project 
จัดทำร่วมกับ .ธนิต โลเกศกระวี 
ผู้อำนวยการพระคริสต์ธรรมเชียงใหม่ (CTS)

.........................................................................

ชาวชูใจสามารถร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการสนับสนุน
การผลิตคอนเทนต์ของทีมชูใจ
ทั้งบทความและ Podcast ได้โดย
การอธิษฐานเผื่อ
การแชร์บทความ
และ การด้วยการสนับสนุนค่าใช้จ่ายในการผลิต
รายละเอียดเพิ่มเติมทางลิงค์นี้ค่ะ www.choojaiproject.org/donate

 

.........................................................................

Load more

Podbean App

Play this podcast on Podbean App