
88.8K
Downloads
172
Episodes
Podcast คริสเตียน จากชูใจ Project
Episodes
![EP.2 - ปฏิเสธยังไงไม่ให้เขาเจ็บ [รู้เขารู้เรา]](https://pbcdn1.podbean.com/imglogo/ep-logo/pbblog1993116/TH_EP2.jpg)
Aug 30, 2017
Aug 30, 2017
26 min
เพราะการปฏิเสธเป็นการสื่อสารที่มักจะทำร้ายความสัมพันธ์ดังนั้นหลายคนจึงกลัวที่จะเป็นฝ่ายปฏิเสธ หรือแม้กระทั่งกลัวที่จะถูกปฏิเสธ แต่ถ้าเราจำเป็นต้องพูดออกไป… ก็ขอให้เราเรียนรู้ที่จะใช้วิธีการที่ไม่ทำร้ายจิตใจใคร
“เพราะว่า ไม่มีใครหรอกนะที่จะอยากถูกปฏิเสธบ่อยๆ”
การปฏิเสธมี 2 แบบ คือแบบ รักษาน้ำใจ และ แบบไม่รักษาน้ำใจ
[นาทีที่ 4.55]
การปฏิเสธแบบรักษาน้ำใจ จะไม่ค่อยทำให้ผู้ที่เราปฏิเสธรู้สึกแย่กับเรา ในขณะที่การปฏิเสธแบบไม่รักษาน้ำใจ ทำให้เกิดความเจ็บปวด ผู้ถูกปฏิเสธอาจรู้สึกถูกปฏิเสธมากกว่าสิ่งที่ขอแต่เหมือนเป็นการถูกปฏิเสธตัวตนเลยทีเดียว นอกจากความรู้สึกแย่ๆ ที่เกิดขึ้น อาจทำให้มีคำถามในความสัมพันธ์ตามมาเช่น เขาไม่เห็นคุณค่าฉันเลยหรอ? เขาเกลียดฉันหรอ? ฉันผิดตรงไหน?
เพื่อให้ผู้รับสารเจ็บปวดน้อยที่สุดการปฏิเสธแบบรักษาน้ำใจนั้นต้องใช้ความพยายามอย่างมาก พระคัมภีร์ได้ให้หลักการไว้แบบนี้ …
"จงพยายามรักษาความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันที่มาจากพระวิญญาณนั้น
โดยมีสันติภาพเป็นเครื่องผูกพัน"
เอเฟซัส 4:3 (THSV11)
วิธีการปฏิเสธยังไงให้เขาไม่เจ็บ กับสูตร 3 ส.
[นาทีที่ 9.45]

การปฏิเสธแบบรักษาน้ำใจนั้นมีหลายวิธี แต่วันนี้ชูใจจะมาแนะนำ การปฏิเสธแบบรักษาน้ำใจ ด้วยสูตร 3ส. (ประยุกต์จากหนังสือ *ลุงเดล คาร์เนกี)
- แสดงความ... ขอบคุณ – [นาทีที่ 11.05]
- แสดงความ... เสียใจ/เสียดาย – [นาทีที่ 12.55]
- เสนอ...ให้ทางออก – [นาทีที่ 13.47]
ตัวอย่างการปฏิเสธในสถานการณ์ต่างๆ
[นาทีที่ 15.10]
นอกจากเรื่องของความรู้สึกของเราที่ไม่กล้าปฏิเสธ ก็ยังมีบริบทต่างๆ ที่ทำให้เราพูดออกไปยากขึ้น เช่น อายุ ความสัมพันธ์ ตำแหน่งหน้าที่การงาน
ตัวอย่างกรณียากๆ ที่เรามักจะพบ ปฏิเสธยังไงดี? ...
- เมื่อมีคนมาชวนไปกินเหล้า – [นาทีที่ 16.17]
- เมื่อเพื่อนชวนไปดูหนัง ตอนที่งานยังไม่เสร็จ – [นาทีที่ 17.54]
- เมื่อมีคนมาขอให้ช่วยงานแต่เราไม่สามารถช่วย – [นาทีที่ 18.35]
- เมื่อมีคนมาเสนอความช่วยเหลือแต่เราจะขอไม่รับความช่วยเหลือนั้น – [นาทีที่ 20.25]
- เมื่อมีคนมาบอกชอบเราหรือขอเดท – [นาทีที่ 21.30]
หากปราศจากการแสดงออกด้วยความรัก หลักการปฏิเสธแบบไหนก็ไร้ผล!
[นาทีที่ 22.48]
ในสถานการณ์ยากๆ ที่เราจำเป็นต้องเลือกที่จะปฏิเสธ มีหลักการ 3 ส. ที่จะช่วยเราได้ คือ แสดงความขอบคุณ แสดงความเสียใจ และเสนอให้ทางออก แต่หลักการเหล่านี้จะไม่มีประโยชน์อะไรเลยหากท่าทีในการแสดงออกของเรานั้นปราศจากการกระทำด้วยความรัก (สามารถคลิกเพื่อฟัง วิธีการพูดด้วยความรักที่เราเคยพูดกันไปแล้วใน EP.1 ที่นี่ >>> “พูดตรงๆ ยังไงไม่ให้พัง” )
เราสามารถพึ่งพาสติปัญญาและความช่วยเหลือจากพระเจ้าได้
[นาทีที่ 24.19]
“การปฏิเสธควรตั้งอยู่บนความถูกต้องมากกว่าความถูกใจ”
การสร้างความสัมพันธ์สนิทสนมกับพระเจ้าจะช่วยเราได้ในสถานการณ์ที่ยากแก่การตัดสินใจ เมื่อเรารู้ว่าอะไรที่พระเจ้าเห็นว่าดี เราจะได้ตัดสินใจและรู้ว่าตอนไหนที่ต้องปฏิเสธอย่างถูกต้อง ถ้าเรื่องไหนที่เรายังไม่แน่ใจ หรือว่าเรื่องนั้นซับซ้อนเกินไปที่จะตัดสินใจในทันทีทันใด ให้เราเอาเรื่องนั้นมาอธิษฐานต่อพระเจ้า เพราะพระเจ้าทรงเปิดโอกาสให้เรา ทูลต่อพระองค์ในทุกๆ เรื่อง (ฟิลิปปี 4:6)
“บางครั้งเราอาจต้องขอพระเจ้ามอบคำพูดให้กับเราว่าเราควรจะปฏิเสธอย่างไร ขอพระองค์ดูแลทั้งจิตใจของเราและคนที่เราต้องพูดปฏิเสธ”
เพราะในชีวิตจริงคนเราไม่สามารถทำตามความต้องการของผู้อื่นตลอดเวลาได้เราจึงต้องเรียนรู้ที่จะปฏิเสธให้เป็น (เอาใจเขามาใส่ใจเรา)
_______________________________
ฟังแล้วลองฝึกกัน ลองถามตัวเองดูว่า...
● ทุกวันนี้เราปฏิเสธแบบรักษาน้ำใจ มากน้อยแค่ไหน?
● และถ้าเราจะปฏิเสธให้ดีขึ้น จะเริ่มต้นจากอะไรก่อน?
_______________________________
ขอขอบคุณที่ปรึกษาด้านเนื้อหา :
อ. เจนจิต เลิศมาลีวงศ์ อาจารย์ประจำหมวดวิชาพระคัมภีร์ใหม่ โรงเรียนคริสต์ศาสนศาสตร์แบ๊บติสต์ สวนพลู (TBTS)
*อ้างอิงหลักการบางส่วนจาก: หนังสือวิธีชนะมิตรและจูงใจคน (How to Win Friends and Influence People) ผู้เขียน เดล คาร์เนกี (Dale Carnegie) สำนักพิมพ์ แสงดาว
![EP.1 - พูดตรงๆ ยังไงไม่ให้พัง [รู้เขารู้เรา]](https://pbcdn1.podbean.com/imglogo/ep-logo/pbblog1993116/TH_EP1.jpg)
Aug 24, 2017
Aug 24, 2017
33 min
การพูดตรงๆ มี 2 แบบ คือแบบ สร้างสรรค์ และ แบบไม่สร้างสรรค์
[นาทีที่ 8.30]
จริงๆ แล้วเราพูดตรงๆ กันตลอดเวลาในชีวิตประจำวัน เพราะมันคือการสื่อสารสิ่งที่อยู่ในใจเราออกไปยังอีกคนนึงอย่างตรงไปตรงมา เช่น หยิบนี่ให้หน่อย ช่วยทำอันนี้ที ทั้งนี้บางทีการพูดตรงก็อาจสร้างบาดแผลได้ เพราะ ความจริงใจ + ความหวังดี อาจไม่สร้างสรรค์เพียงพอ เพราะไม่ใช่ทุกคนที่รับสารตรงๆ ได้ การพูดที่ดีต้องมีการปรุงรส ก็คือการพูดตรงๆ แบบสร้างสรรค์นั่นเอง
การพูดจากใจที่ขาดความเข้าใจ อาจทำร้ายจิตใจโดยไม่ได้ตั้งใจ
[นาทีที่ 10.50]
ในอีกมุมการที่บางคนเลือกที่จะพูดตรงๆ ออกมา เค้าไม่ได้ต้องการจะทำร้ายเรา แต่เพราะเค้าคิดว่า มันคือความจริงใจ เป็นการพูดในสิ่งที่มันออกมาจากใจ และเพราะสนิทกันจึงไม่จำเป็นต้องประดิษฐ์คำอะไรมากมาย เพราะการเรียนรู้ที่ผ่านมาหรือสภาพแวดล้อมที่เค้าเติบโตมาอาจหล่อหลอมให้เค้าเป็นแบบนั้น ทำให้เค้าคิดว่าการพูดตรงๆ คือความจริงใจ ดังนั้นอย่าพึ่งไปปิดประตูใจของเรา
พระคัมภีร์ได้ให้หลักการของการพูดอย่างสร้างสรรค์ไว้ว่า นอกจากความจริงต้อง + ความรักลงไปด้วย
“จงพูดความจริงด้วยความรัก”
เอเฟซัส 4:15 (TNCV)
เข้าใจเรื่ององค์ประกอบในการสื่อสาร
[นาทีที่ 14.35]
คนเราสื่อสารมากกว่าแค่คำพูดและผู้รับสารก็แปลความหมายจากสิ่งที่เขาเห็นมากว่าได้ยินเสียอีก *งานวิจัยของ ดร.อัลเบิร์ต เมห์เรเบียน พบว่าองค์ประกอบในการสื่อสารของมนุษย์ มี 3 รูปแบบหลักๆ คิดเป็น % ในการสื่อสารดังต่อไปนี้
1. คำพูด (wording) 7%
2. น้ำเสียงและโทนเสียง 38%
3. ภาษากาย 55%
วิธีการพูดความจริงแบบสร้างสรรค์
[นาทีที่ 17.25]

การพูดด้วยความรัก นั้นมาจาก ภาษากายและน้ำเสียง (อวัจนะภาษา)
เพราะ มนุษย์เราใช้ภาษากายและน้ำเสียงในการสื่อสารมากถึง 93% (งานวิจัย element of personal communication)
ดังนั้นการพูดด้วยความรักคือ การพูดจาก
● น้ำเสียง (ด้วยความรัก) - [นาทีที่ 17.32]
● สีหน้า (ด้วยความรัก) - [นาทีที่ 21.08]
● และท่าทาง (ด้วยความรัก) - [นาทีที่ 24.45]
คำแนะนำในการการคุยโทรศัพท์และการแชท
[นาทีที่ 27.15]
ในการคุยโทรศัพท์เราไม่สามารถสื่อสารภาษากายเรื่องท่าทาง น้ำเสียงจึงเป็นสิ่งที่สำคัญมาก ถึงอย่างนั้นถ้าเรายิ้มไปด้วยและพูดคุยไปด้วยน้ำเสียงก็จะเป็นมิตรขึ้น สำหรับการแชทนั้นไม่มีทั้งท่าทางและน้ำเสียงทำให้การสื่อสารมักคลาดเคลื่อนและมีปัญหาเข้าใจไม่ตรงกัน ข้อควรระวังคือไม่ควรพิมพ์เฉพาะข้อมูลห้วนๆ เราอาจใช้วิธีการใส่ข้อความแสดงอารมณ์หรือสติ๊กเกอร์อิโมติค่อนก็ช่วยได้บ้าง แต่หากจำเป็นต้องคุยเรื่องซีเรียสควรหลีกเลี่ยงการแชท อาจใช้การโทรหรือเจอกันหน้าต่อหน้าจะดีกว่า
“การที่เราจะพูดหรือแสดงบางสิ่งบางอย่าง ทุกอย่างล้วนออกมาจากใจ คำพูด น้ำเสียงและท่าทางที่เราแสดงออกมามันจะสอดคล้องกับสิ่งที่อยู่ข้างในใจของเรา” - [นาทีที่ 29.40 ]
สรุป :
นอกจากคำพูดแล้วเราก็ควรสื่อสารด้วยการแสดงออกทางภาษากายด้วย เพราะการแสดงออกทางภาษากายนั้นส่งผลต่อการรับรู้ได้มากกว่าตัวคำพูดเองซะอีก การใส่ใจในภาษากายในขณะที่เราสื่อสารจะช่วยให้เราสามารถสื่อสารได้อย่างมีประสิทธิภาพ เข้าถึง ละไม่มีกำแพงในการสื่อสาร
_______________________________
ฟังแล้วลองฝึกกัน อยากให้น้องๆ ลองถามตัวเองดูว่า...
● เราพูด(ด้วยความรัก)มากน้อยแค่ไหน?
● และถ้าเราจะพูด(ด้วยความรัก)ให้มากขึ้น ...เราจะเริ่มจากอะไรก่อน?
_______________________________
ขอขอบคุณที่ปรึกษาด้านเนื้อหา :
อ. เจนจิต เลิศมาลีวงศ์ อาจารย์ประจำหมวดวิชาพระคัมภีร์ใหม่ โรงเรียนคริสต์ศาสนศาสตร์แบ๊บติสต์ สวนพลู (TBTS)
*อ้างอิง งานวิจัยของ ดร.อัลเบิร์ต เมห์เรเบียน : http://www.speakingaboutpresenting.com/presentation-myths/mehrabian-nonverbal-communication-research/
